2006/Mar/23

ห่างหายไปจากการอัพไดได้ไม่กี่วัน ก็มีเรื่องที่ทำให้อยากเขียนขึ้นมาอีกจนได้ ไม่รู้สิ วันก่อนผมไปนั่งกินนั่งดื่มกับเพื่อน ก็มาคิดๆดูว่า ที่จริงแล้ว ผมเป็นคนที่ขี้เหงาเสียเหลือเกิน แต่ก็นั่นแหละ เมื่อประสบการณ์มากขึ้น ย่อมทำให้ผมกลัวความผิดหวังมากขึ้น แล้วก็ไม่อยากทำอะไรที่ไม่ทำให้ตัวเองรู้สึกมั่นคง หรืออบอุ่นทางใจอีก ผมเองเป็นคนที่ไม่กล้าจะทำอะไรในเรื่องความรักสักเท่าไหร่หรอกครับ มักจะแอบๆเสียมากกว่า แต่ในที่นี้ผมหมายถึง ถ้าผมไปชอบใครสักคน หรือรู้สึกดีๆกับใครสักคนอ่ะนะ ผมไม่ใช่คนที่จะกล้าเดินดุ่มๆเข้าไปจีบใครหรอกครับ ชอบก็เก็บไว้ในใจอยู่ดี อย่างเก่งก็มีเพียงแววตาที่ออกจะแอบมองบ้างเป็นระยะๆ แต่ก็ทำได้แค่นั้นแหละครับ ไม่มีอะไรมากกว่านี้ ผมน่ะเป็นประเภท ต้องรอให้เจ้าตัวเค้าเสนอตัวเข้ามาหาผมมากกว่า ..............นี่เป็นเรื่องที่มาเล่า มาบอกให้รู้แค่นั้นแหละครับ แต่ถ้าหากถามผมว่า ตอนนี้ผมไปชอบใครอยู่น่ะเหรคอรับ เปล่าครับ ไม่มีเลย ไม่มีเลยจริงๆนะ ผมไม่ได้พยายามจะบอกนะว่า ผมไปแอบชอบใครอยู่ ไม่มีหรอกครับ ตั้งแต่การผิดหวังจากการรอคอยคำตอบมานานครั้งนั้นแล้ว ผมก็ไม่กล้าอีกเลย ในใจผมมีแต่เรื่องเก่าๆ วนเวียนมาให้คิดถึงอยู่เรื่อยแหละ ภาพเก่าๆ ใบหน้าที่เคยมองก็ยังเข้ามาวนเวียนอยู่ในความทรงจำ แม้กระทั่งความฝันของผมเสมอๆ แต่พอลืมตาตื่นขึ้นมาแล้ว มันก็แค่ฝันไป แค่นั้นเองครับ วันนี้ ไปเล่าให้เพื่อนคนนึงถึงเรื่องที่เคยทำสมุดไว้จดเล็คเชอร์ให้มันดึงดูสายตาคนรอบข้างให้มันฟัง แต่ไม่รู้ว่ามันพูดเล่นหรือประชดหรือหลุดปาก หรืออะไรยังไงกันแน่ก็ไม่รู้ มันตอบผมกลับมาว่า "อย่างมึงก็ทำได้แค่นี้แหละ" ตอนแรกผมนึกว่าผมหูแว่วไปเอง...........แต่พอมาทบทวนสิ่งที่ตัวเองได้ยินอีกที ผมเองก็ถึงกับอึ้งไปเลยเหมือนกัน ว่าทำไมมันพูดยังงี้กับเราวะ ทำไรไม่ถูกไปเลยเหมือนกัน ถึงแม้ว่า มันจะบอกว่า พูดเล่น แล้วผมก็เออออไปด้วยว่ามันคงพูดเล่น แต่ในตอนที่กำลังกับบ้านนั้น เรื่องนี้ก็ยังวนเวียนอยู่ในหัวผมอยู่เลย ถึงคำพูดประโยคนั้น น้ำเสียง หรืออะไรก็ตามในเวลาตอนนั้น ไม่รู้สิ ผมว่า ผมก็เสียใจเหมือนกันนะ ที่รู้สึกว่า เหมือนโดนดูถูกความคิดแฮะ...................ผมได้แต่หวังว่า ผมจะคิดมากไปเอง หวังว่างั้นนะ บาสครับ

2006/Feb/24

วันพุธที่ 22 ที่ผ่านมาเป็นงานวันพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาในระดับ ปริญญาตรี ปริญญาโท และ ปริญญาเอก ของ มหาวิทยาลัยครับ เป็นวันที่ผมเหนื่อยสุดๆอีกวันหนึ่งเหมือนกัน

เพราะผมเหนื่อยและเพลียจากการโดนใช้แรงงานที่โรงงานนรก ตัดแปะสติ๊กเกอร์มาแล้ว พอกลับบ้านดันทำนั่นทำนี่อีกพักใหญ่ๆแล้วค่อยอาบน้ำนอน โห กว่าจะได้นอนก็โน่น เกือบตีสี่ แล้วตื่นตอนตีห้าครึ่ง มาเตรียมตัว แล้วไปมอ เพราะวันนี้เป็นวันพระราชทานปริญญาบัตร ซึ่งผมมีนัดกับพี่บัณฑิตคนนึงตอน 7 โมงเช้า เพื่อถ่ายรูปให้

จะให้อธิบายให้กระจ่างก็คือ ผมได้รับการไหว้วานจากเพื่อนคนนึงให้ช่วยรับงานเป็นตากล้องแทนมัน เพราะมันติดคิวถ่ายกับพี่อีกคนไว้แล้ว ผมเองก็ไม่เห็นว่ามันจะเสียหายอะไร ก็เลยรับ แต่พอวันจริง ตัวผมเองกลับประหม่าเหมือนกัน ตอนที่ผมไปถึงนั้นก็เป็นเวลาประมาณ 7 โมง 5 นาทีแล้ว ก็รู้สึกไม่ดีเหมือนกัน ที่ตัวเองมาช้า แต่พี่บัณฑิตกลับมาช้ากว่าผมอีกแน่ะ แล้วพอพร้อมผมกับพี่บัณฑิตก็เดินข้ามถนนไปถ่ายรูปกันครับ ซึ่งก็ถือเป็นการเริ่มงานของผม ตอนแรกผมก็เกร็งๆเหมือนกัน เพราะไม่รู้จะชวนคุยอะไรดี เลยถามชื่อเอาแล้วกัน แกชื่อ พี่ปุ้ม ครับจบเศรษฐศาสตร์ ผมก็ไล่ถ่ายรูปพี่แกไปเรื่อยๆ คุยกันบ้างสร้างความคุ้นเคยกันไปเรื่อยๆ พี่ปุ้มแก Friendly กับผมมากครับ นิสัยดีแล้วก็เป็นคนที่เข้ากับคนง่าย เลยทำให้ผมไม่ค่อยเกร็งแล้วก็เริ่มสนุกที่จะทำงานกับพี่ปุ้ม วันนี้ผมยอมรับเลยนะว่า ถ่ายรูปเยอะมากๆ ถ่ายเล่นๆกันก็เยอะ พี่แกก็เป็นคนที่สนุกกับการเป็นแบบให้ผมกดชัตเตอร์ซะด้วย ดูแกเล่นกับกล้องแล้วผมก็กดชัตเตอร์ไปเรื่อยๆแล้วนั้นก็เพลินดีเหมือนกัน ผมถ่ายรูปพี่ปุ้มแกจนถึงเวลาที่แกต้องเข้าไปยังสถานที่พระราชทานปริญญาบัตรนั่นแหละครับ ที่จริงผมก็วิ่งไปตามถ่ายพี่ปุ้มแกตอนที่กำลังเดินขบวนด้วยเหมือนกัน เหนื่อยมากๆ แถมร้อนด้วย เพราะต้องเบียดกับคนที่ไปยืนรอดูขบวนเหมือนกัน ผมเลยได้รับหน้าที่ถ่ายรูปแฟนของพี่ปุ้มแกไปด้วยในตัว เพราะช่างภาพที่ไปรับหน้าที่ถ่ายรูปแฟนพี่ปุ้มแกกลับไปแล้ว หลังจากนั้นผมก็ได้ไปพักเพราะเป็นช่วงพิธีพระราชทานปริญญาบัตร

ผมได้มาเจอพี่ปุ้มอีกทีก็ตอน 5 โมงไปแล้วล่ะครับ คราวนี้แกเล่นชวนไปที่บ้านญาติของแกเลย ผมก็ไปถ่ายรูปให้แกด้วย พี่ปุ้มแกเทคแคร์ผมดีมากๆครับ บ้านญาติของแกก็สวยน่าอยู่มากๆด้วย นึกถึงในละครที่บ้านคนรวยเค้าอยู่กันประมาณนั้นเลยครับ ผมถ่ายรูปแกที่บ้านญาติสัก 2-3 รูปแล้วก็ออกมาถ่ายรูปต่อในมอกับแฟนแกด้วยอ่ะครับ เรียกว่ามาเก็บบรรยากาศที่เหลือกันนั่นแหละ ถ่ายไปจนถึงประมาณ 3 ทุ่มก็หมดหน้าที่ของผมแล้ว เพราะแกก็คงเพลียเหมือนกัน ก่อนแยกกัน พี่ปุ้มกับแฟนแกก็เลยให้ค่าจ้างผมมา พร้อมกับถุงมะขามถุงใหญ่ 1 ถุงแน่ะ โหอะไรจะมีน้ำใจขนาดนี้

สิ่งที่ผมประทับใจในการทำงานให้กับพี่ปุ้มแกก็คือ พี่ปุ้มแกเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดีมากๆเลยล่ะครับ แกเข้ากับคนง่ายแล้วก็เทคแคร์ผมดีมากๆ แฟนพี่ปุ้มแกก็ด้วยเหมือนกัน แล้วก็ดูเป็นคนที่มีเสน่ห์เป็นที่รักของเพื่อนฝูงด้วยเหมือนกัน ไม่รู้สิผมว่ารู้สึกถูกชะตากับพี่แกมากๆเลยนะ หรือว่าผมคิดไปเองก็ไม่รู้ และที่สำคัญสำหรับผมมากๆก็คือ ผมมารู้จากช่างภาพอีกคนที่แฟนพี่ปุ้มแกจ้างมาว่า พี่ปุ้มแกได้รางวัลเรียนดีเหรียญเงิน อันดับสอง ของคณะเศรษฐศาสตร์ เท่านั้นยังไม่พอ แฟนพี่ปุ้มแก ได้รางวัลเรียนดีเหรียญทอง อันดับหนึ่ง อีกด้วย โห สุดยอดเลยคู่นี้ ทำให้ผมภูมิใจมากที่ได้รับหน้าที่นี้ เพระทำให้ผมได้ใกล้ชิดคนที่เค้าเป็นคนดีมีความสามารถอย่างพี่ๆทั้งสอง แล้วอีกอย่างคือมันเหมือนเป็นแรงจูงใจ เป็นกำลังใจ หรือแรงกระตุ้นให้ผมอยากดำเนินรอยตามพี่ๆทั้งสองให้ได้ ภูมิใจมากๆเลยนะเนี่ย

ตอนที่ถ่ายรูปในช่วงหลัง พี่ปุ้มกับแฟนแกก็ถามผมนะว่า หิวข้าวไหม หิวน้ำไหม คงเห็นว่าผมทำงานมาตั้งแต่เช้า ไม่เห็นทานอะไรเลย พอเราบอกไม่เป็นไร แกก็บอกนะว่า เดี๋ยวพี่เลี้ยงข้าวก็ได้ ผมก็บอกไม่เป็นไรอีก แกเลยแซวว่างั้นเดี่ยวพี่เลี้ยงเหล้าแล้วกัน เอาป่ะ ไอ้เราก็หัวเราะแหะๆ ที่แปลกใจที่อยู่ๆมาถามอะไรแปลกๆ ผมก็บอกปัดไปอีก เพราะคิดว่าเดี๋ยวเสร็จก็คงกลับบ้านแล้วล่ะ ที่ไหนได้ ตอนแรกนึกว่าตัวเองจะได้กลับบ้าน เพื่อนมันดันชวนไปต่อกันที่ร้านเหล้าแถวๆมอนั่นแหละ ไอ้เรายิ่งอยากมาหลายวันแล้วด้วยเลยตกลงไป ไปถึงไม่ทันไรเจอพอดีเลย พี่แนนแฟนพี่ปุ้ม แกก็แซวใหญ่เลยว่า เอ่า!ไหนว่าจะกลับบ้านไง ผมเลยหัวเราะแหะๆ กลบเกลื่อน พอเข้าไปสั่งเบียร์ที่หน้าเคาเตอร์ ดันเจอพี่ปุ้มอีก พี่แกก็ยิ้มๆแซวเหมือนกัน สุดท้ายไม่มีโต๊ะครับ เลยไปของร่วมโต๊ะกับพี่ปุ้มกับพี่แนน เลยถามเรื่องเทคนิคการเรียนด้วยเลยว่าเรียนยังไง ได้เกียรตินิยมทั้งคู่ แถมเห็นว่ามาเที่ยวด้วย แสดงว่าตอนที่เรียนก็ไม่ใช่พวกที่เรียนอย่างเดียว เหล้า เบียร์ไม่แตะ เจ๋งสุดยอดเลย นับถือๆ แถมนิสัยดีอีกต่างหาก

ผมนะอยากมีพี่แบบนี้มั่งจังเลย คงภูมิใจมากๆแน่เลย

2006/Feb/08

วันนี้ผมคงถึงวันที่อ่อนแอที่สุด ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาแล้วล่ะครับ
นอกจากเหนื่อยจากงาน Paper ที่ต้องทำส่งอาจารย์แล้ว นอนไม่พอก็แล้ว ยังเหนื่อยใจกับการที่ต้องใช้ชีวิตคนเดียวอีกต่างหาก ผมว่าผมเริ่มเหนื่อยและท้อมากๆแล้วนะ
วันนี้เรียนเสร็จผมก็หาอะไรทาน และเพราะว่าตัวผมเองค่อนข้างเพลีย เลยกินกาแฟเพื่อให้ตัวเองรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้น ซึ่งก็ดีขึ้น แต่ไม่รู้เพราะอะไรพอกลับมาบ้าน ผมกลับรู้สึกแย่ลงกว่าเดิม คือ ผมรู้สึกเพลีย แล้วก็รู้สึกแย่ๆที่เจอแต่เรื่องไม่ค่อยสบอารมณ์ ทั้งเพื่อน ทั้งเรื่องทั่วไป ชีวิตความเป็นอยู่ พูดง่ายๆคือ ทั้งหน่าย ทั้งเซ็งตัวเอง คือ เบื่อตัวเองด้วยแหละที่หายใจไร้สาระไปวันๆ เหนื่อย แล้วก็ท้อมากๆครับ
พอกลับมาบ้านก็ได้แต่ เงียบอยู่กับตัวเอง ไม่อยากปริปากอะไรทั้งนั้น แล้วก็ถอนหายใจบ่อยมากๆ เป็นเรื่องที่แย่ใช่ไหมครับ แค่นั้นยังไม่พอ พอเปิดคอมพ์ฟังเพลงไปเรื่อยๆ เพลงก็เป็นเพลงช้าอีก ยิ่งทำให้ผมรู้สึก ตัวคนเดียวมากขึ้น ว้าเหว่มากขึ้น คิดแต่เรื่องที่ผ่านมาในแต่ละวัน ว่าตอนนี้ผมคิดยังไงกับอนาคตตัวเองกันแน่ ไม่อยากลืมตาแล้วตื่นมาเจอวันพรุ่งนี้ที่ไม่รู้จะทำอะไรถ้าไม่ใช่เรื่องเรียน ไม่อยากเจอหน้าเพื่อน เพราะผมไม่อยากให้พวกมันเห็นหน้าผมที่เบื่อหน่ายกับตัวเอง ยิ่งคิดก็ยิ่งเศร้า ยิ่งฟังเพลงก็ยิ่งไปกันใหญ่ แต่ก็ไม่อยากปิด แล้วเมื่อถึงจุดๆนึง น้ำตามันก็ไหลออกมา สะอึกสะอื้นอยู่กับตัวเองที่เหมือนตัวคนเดียว ไม่มีใคร แล้วก็ไม่รู้จะทำยังไง ไม่รู้จะเดินไปทางไหน เหมือนต้องยืน และเดินคนเดียว เหนื่อยก็ไม่รู้จะพักยังไง ได้แต่ทรุดตัวลง หายใจช้าๆ แล้วค่อยเดินต่อไป นั่นคือความรู้สึกในใจนะครับ แล้วก็มีบ้างที่เวลาจริง ผมก็ทำอย่างนั้นจริงๆในเวลาที่ตัวเองรู้สึกเพลียจริงๆ...........เฮ้อ
ผมว่าผมไม่ค่อยไหวยังไงไม่รู้
ผมเคยถามตัวเองนะว่า ผมพร้อมที่จะเปิดใจหรือยัง คำตอบของผมก็คือ "ไม่" เพราะตอนนี้ผมกลัวเหลือเกิน กลัวความรักจะทำให้ผมต้องเจ็บช้ำใจอีก กลายเป็นว่าผมกลัวที่จะมีความรักกับใครต่อใครแล้ว เพราะผมกลัวว่าสักวันนึง ผมจะต้องเจอคำพูดเหมือนกับว่า "ผมไม่ใช่" สำหรับเขา หรือในทางกลับกัน ผมก็กลัวว่า สักวันหนึ่ง เค้า "ไม่ใช่ " สำหรับผม"
จริงๆ และมันเสียเวลากันทั้งคู่ นอกจากนั้น ยังทำร้ายจิตใจกันเองด้วย ผมไม่อยากทำร้ายใคร และไม่อยากเสียใจอีก..........ผมว่า ผมคงเป็นคนกลัวความรักจริงๆเข้าแล้วล่ะ ไม่อยากเสียใจ และไม่อยากร้องไห้เสียน้ำตาอีก การทำใจมันใช้เวลานะครับ
เหนื่อย เหนื่อย เหนื่อย ไม่มีแรงจะทำอะไร จะเดินไปไหนอีกแล้ว เมื่อไหร่นะ ที่ผมจะลุกเดินไปไหนได้ ด้วยตัวของตัวเองเสียที
บาส
ต้องการรักแท้ - มาช่า อัลบั้ม In Love
ความทรงจำในครั้งนั้น ก็มีมาเยอะแล้ว อยากบอกว่าพอแล้วจริงๆ ความต้องการตอนนี้นะ อยากมีคนที่รัก อยากมีคนในความเป็นจริง บางคนก็หวานกันมาก ดีกับฉันทุกสิ่ง ตอนสุดท้ายยังถูกทิ้ง เบื่อความทรงจำแบบนี้มาก อยากได้รักแท้ รักที่จริงใจ รักกันยาวไกลตลอดกาล บอกเลย ถ้าเธอจะมา เพื่อเติมความทรงจำให้อีกครั้ง อย่าเดินเข้ามานะเธอ...........
บางคนก็รักแรกๆ แล้วสุดท้ายก็ไป เคยเจ็บช้ำจนเหนื่อยใจ จบลงเดิมๆแบบซ้ำซาก อยากได้รักแท้ รักที่จริงใจ รักกันยาวไกลตลอดกาล หากเธอ คิดจะเข้ามา เพื่อเติมความทรงจำให้อีกครั้ง อยากให้รู้ไว้ ฉันไม่ต้องการ รักไปพลางๆแล้วจากกัน หากเธอ เริ่มไม่แน่ใจ ว่าเธอจะเป็นคนสำหรับฉัน ก็ไปจากกันซะเธอ
---------------------------------------------------------------------------
ผมว่า ผมเอาเนื้อเพลงนี้มาลงด้วย คงเดาได้นะครับ
บาส

edit @ 2006/02/16 00:45:02